*************************************************************
:: iPhone 6 and 6+ ::
เปรียบเทียบขนาดของไอโฟนรุ่นต่างๆ
ขอบคุณรูปภาพจาก
- ซีพียู Apple A8 แบบ 64-Bit ตัวแรกของโลก
- หน้าจอ Retina HD display มีให้เลือก 2 ขนาด 4.7 นิ้วและ5.5 นิ้ว
-กล้อง 8 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลชแบบทูโทน
- iphone 6 Plus มีระบบป้องกนั ภาพสั่นไหว(OIS) และiphone 6 ใชร้ะบบกนั สั่น ผา่ นซอฟทแ์วร์
-ระบบสแกนลายนิ้วมือ(Touch ID) รองรับ NFC จ่ายเงินผา่ นมือถือดว้ยบริการ Apple Pay
- ใช้งานแนวนอนแบบไอแพด
-แบตเตอรี่ใชง้านไดน้ านกวา่ เดิม
*************************************************************
:: iPhone 6s and 6s+ ::
ในส่วนของขนาดตัวเครื่อง iPhone 6s หนาและหนักกว่า iPhone 6 โดย iPhone 6s หนา 7.1 มม. น้ำหนัก 143 กรัม ส่วน iPhone 6 หนา 6.9 มม. น้ำหนัก 129 กรัม นอกจากนี้ iPhone 6s ยังเพิ่มสีตัวเครื่องใหม่ Rose Gold (สีทองชมพู) สวยงาม
อีกส่วนที่ทำให้ iPhone 6s เหนือกว่า iPhone 6 ก็คือ เรื่องของกล้องถ่ายภาพที่ถูกอัพเกรดใหม่จาก 8 ล้านพิกเซล เป็น 12 ล้านพิกเซลสำหรับกล้องหลัง และกล้องหน้าจาก 1.2 ล้านพิกเซล อัพเกรดใหม่เป็น 5 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ใหม่, โปรเซสเซอร์รับสัญญาณภาพใหม่ และยังคงมีเทคโนโลยี Focus Pixels รวมถึง Local Tone Mapping ที่ได้รับการปรับปรุงให้ประมวลผลโทนสีของภาพได้ดีขึ้น, ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอล (ระดับซอฟต์แวร์), ถ่ายวิดีโอ 4K รวมถึงฟีเจอร์ใหม่ Live Photos ที่ทำให้ภาพถ่ายเคลื่อนไหวได้ และเอามาใช้เป็นภาพวอลเปเปอร์ได้
ในส่วนของกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล แอปเปิลยังเพิ่ม Retina Flash หน้าจอจะกะพริบเป็นแฟลชช่วยเพิ่มแสงในการถ่ายภาพสว่างขึ้น 3 เท่า
ทั้ง iPhone 6S Plus และ iPhone 6 Plus มาพร้อมกับหน้าจอขนาดกว้าง 5.5 นิ้ว แบบ Retina Display ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล เหมือนกันทั้ง 2 รุ่น แต่ความแตกต่างระหว่าง 2 รุ่นนี้ก็คือ iPhone 6S Plus นั้น มาพร้อมกับเทคโนโลยีหน้าจอแบบ Force Touch พร้อมฟีเจอร์ 3D Touch ที่ช่วยแยกน้ำหนักของแรงกดบนหน้าจอ แบบเดียวกับ iPhone 6S
สิ่งที่ต้องพิจารณาสำหรับ iPhone 6S Plus นั่นก็คือ ถึงแม้ตัวเครื่องจะมีขนาดหน้าจอเท่าเดิม แต่ด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น 20 กรัม จากเดิม 172 กรัม บน iPhone 6 Plus เป็น 192 กรัม บน iPhone 6S Plus และตัวเครื่องหนาขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ทั้งนี้ เป็นเพราะเทคโนโลยี Force Touch และ Taptic Engine ที่ถูกเพิ่มเข้ามานั่นเอง
*************************************************************
No comments:
Post a Comment